ป้ายกำกับ

Google (14) forum (12) webboard (12) กระดานสนทนา (12) ethic (10) มารยาท (10) politic (9) การเมือง (9) election (6) history (6) life (6) life style (6) local (6) การเลือกตั้ง (6) ชีวิต (6) ท้องถิ่น (6) ประวัติศาสตร์ (6) cartoon (5) การ์ตูน (5) แบบแผนชีวิต (5) family (4) freetalk (4) manga (4) strategy (4) war (4) ยุทธศาสตร์ (4) สงคราม (4) สนทนาทักทาย (4) data (3) download (3) sun tzu (3) ข้อมูล (3) ครอบครัว (3) ซุนวู (3) ระเบียบวิธี (3) Algorithm (2) administration (2) art (2) book (2) buddhist (2) business (2) chatroom (2) fiction (2) instruction (2) learning (2) management (2) methodology (2) monk (2) philosophy (2) search (2) society (2) technology (2) thai (2) website (2) การเรียนรู้ (2) ค้นหา (2) จัดการ (2) ธุรกิจ (2) นิยาย (2) บริหาร (2) ปรัชญา (2) พระสงฆ์ (2) พุทธศาสนา (2) ภาษาไทย (2) วิธีใช้ (2) สังคม (2) หนังสือ (2) ห้องสนทนา (2) เทคโนโลยี (2) E-mail (1) Facebook (1) Gmail (1) Thailand (1) Twitter (1) Youtube (1) ads (1) artbook (1) artist (1) birthplace (1) blog (1) city (1) communication (1) computer (1) concubine (1) discuss (1) eating (1) fallacy (1) father (1) focus (1) food (1) future (1) growth (1) height (1) homeland (1) ink (1) internet (1) introduce (1) language (1) lie (1) logic (1) marketing (1) morale (1) open (1) paper (1) parents (1) political party (1) printer (1) procedure (1) profile (1) reader (1) scan (1) service (1) spam (1) start (1) studybook (1) sufficient (1) system (1) thanks (1) thin (1) three kingdoms (1) topic (1) traveling (1) uthaithani (1) video (1) weblog (1) webmaster (1) weight (1) กระดาษ (1) กระทู้ (1) การกิน (1) การตลาด (1) การสื่อสาร (1) การเดินทาง (1) การเติบโต (1) ขยะข้อมูล (1) ขอบคุณ (1) ข้อปฏิบัติ (1) คติธรรม (1) ความสูง (1) คอมพิวเตอร์ (1) ตรรกะวิบัติ (1) ตรรกะศาสตร์ (1) ตระกูล (1) ตอแหล (1) นักอ่าน (1) น้ำหนัก (1) บรรพชน (1) บริการ (1) บ้านเกิด (1) บ้านเกิดเมืองนอน (1) ประเทศไทย (1) ผอม (1) พรรคการเมือง (1) พอเพียง (1) พ่อ (1) ภาษา (1) มุมมอง (1) ระบบ (1) วิจารณ์ (1) ศิลปิน (1) ศีลธรรม (1) สามก๊ก (1) หมึก (1) อนาคต (1) อาหาร (1) อุทัยธานี (1) เครื่องพิมพ์ (1) เมียน้อย (1) เมือง (1) แนะนำตัว (1) แบบเรียน (1) โฆษณา (1)

วันเสาร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

วิชาประวัติศาสตร์ในชั้นเรียนต้องมีการปฏิวัติกันหน่อยแล้ว

สงกรานต์ผ่านพ้นไปแล้ว พร้อมกับการผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ดทั้งBlogทั้งกระทู้ที่มีสมาชิกหลายคนสามัคคีกันเขียนและตอบออกมาให้อ่านกันแทบไม่ทัน แล้วผมก็มาสะดุดกับกระทู้ในห้องสมุดเรื่องของการสอนวิชาประวัติศาสตร์ของบ้านเราของคุณไม่รู้เรื่องน้ำอบ
ทำให้ผมนึกถึงช่วงที่ยังเป็นเด็กประถม มัธยมซึ่งพอได้เรียนวิชาสังคมศึกษาขึ้นมาก็เกิดอาการเบื่อหน่ายขึ้นมาทันใด 
แต่พอมาช่วงหลังๆ ผมได้มีโอกาสอ่านนิตยสารต่วยตูนซึ่งนำเสนอบทความสาระเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ศิลปะวัฒนธรรมของชนชาติต่างๆในสมัยโบราณ ผมกลับรู้สึกสนใจขึ้นมาในทันใด จนกระทั่งในที่สุดผมถึงได้ประจักษ์ขึ้นมาว่านั้นก็เพราะประวัติศาสตร์ในห้องเรียนมันไร้รสชาติ ความมีชีวิตชีวาในเสน่ห์ความเป็นประวัติศาสตร์นะสิครับ
จากนี้คือความเห็นของคนที่เข้ามาตอบครับ

เคยเรียนที่ university of Leiden, Netherlands กับ Professor Bart Terwiel ร้องจ๊ากกับประวัตฺศาสตร์ไทยที่เคยเรียนมาเลย อาจารย์สอนแบบมีมิติมาก แล้วก็สนุกมาก เรียนเสร็จแถมไปเลี้ยงดริ๊งค์นักเรียนในคาเฟ่อีก คุยกันต่อเรื่องประวัติศาสตร์ไทย เป็นที่สนุกสนาน
อยากให้เมืองไทยเปิดกว้างเรื่องนี้จริงๆจัง อาจารย์เคยถูกเพ่งเล็งไม่ให้เข้าประเทศ เพราะเขียนหนังสือออกมาตรงไปนิด น่าแปลกเนอะประวัติศาสตร์ชาติตัวเองต้องไปเรียนประเทศอื่นถึงจะดี

จากคุณ : estrella - [ วันเถลิงศก (15) 21:36:06 ]

ว่าก็มีนักประวัติศาสตร์ไทยอีกหลายคนครับที่สามารถอธิบายประวัติศาสตร์ไทยอย่างมีมิติมาก(ใช้คำเดียวกับคุณอย่างเซ็ง) และก็มีงานหลายชิ้นที่วิเคราะห์ได้ดี ค่อนข้างครบถ้วน เพียงแต่ในประวัติศาสตร์การศึกษาของไทยมันถูกกำหนดโดยลัทธิชาตินิยมมามาก ผู้ใหญ่ในบ้านเราบางคนถึงความคิดแคบไปหน่อย แต่ผมก็เชื่อว่าในประเทศเราก็ยังมีช่องทางเรียนรู้ที่ดีอีกมาก แต่ท่านต้องขวนขวายหน่อย
ผมเชื่ออีกอย่างหนึ่งว่าในต่างประเทศมีรูปแบบการสอนที่ดี มากพอควร (น่าจะดีกว่าในหลายมหาวิทลัยของไทย) แต่ก็ไม่ใช่ว่าสิ่งที่ฝรั่งสอนจะถูก ผมว่าเราเองก็สามารถสร้างภูมิความรู้ได้ไม่แพ้ฝรั่ง เพียงแต่คนไทยที่สามาสรางสิ่งนั้นได้ยังมีจำนวนไม่มากเท่านั้น
อีกอย่างหนึ่งผมว่าเรื่องอิทธิปาฏิหาริย์ในประวัติศาสตร์ จริงๆ แล้วหากเป็นงานทางประวัติศาสตร์จริงๆ เขาไม่ค่อยนำมาให้ความสำคัญมากแล้วครับ
ส่วนเรื่องการเขียนประวัติศาสตร์ให้มีเรื่องราวรัก โลภ โกรธ หลง แบบของฝรั่งนั้น ในไทยงานแบบนี้ก็มีอยุ่มากแล้วครับ เพียงแต่คงต้องสำหรับผู้สนใจเสียหน่อยเพราะอ่านยาก อีกทั้งคงจะนำมาเสนอเป็นละคร หรืออื่นๆได้น้อยหน่อย เพราะผมเชื่อว่ามันอยุ่ที่ความแตกต่างทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ ยกตัวอย่างง่ายๆ ในต่างประเทศไม่อยากบอกว่าเป็นอังกฤษ เขาเอาราชินีเขามาเป็นการ์ตูนล้อเลียน ให้ดูขบขันได้อย่างไม่เป็นปัญหา แต่ลองมาทำกับกษัตริย์เราซิ ผมว่ามันจมธรณีแน่

จากคุณ : เลนิน - [ วันเถลิงศก (15) 23:43:04 A:202.57.178.207 X: TicketID:071897 ]

ถ้าศึกษาอย่างจริงๆตรงไปตรงมา ผมว่าเจ้าขุนมูลนาย บ้านเรา คงมีเรื่องให้นินทา ขุดคุ้ยมากมากเลย
เพราะเราเองก็เพิ่งจะพัฒนาขึ้นมา จากความเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนดีๆนี่เอง

ระบอบการปกครองก็เพิ่งจะ พัฒนามาจากราชาธิปไตย มาไม่กี่ปี
ดังนั้นประวัติศาสตร์จึงมีแต่การยกย่อง เพื่อให้คนไทยเรามีความรัก และภูมิใจในชาติมากๆ
ดังนั้นผมจึงคิดว่า เรายังมีเรื่องสำคัญให้ขบคิดอีกมากมาย มากกว่าการจะมานั่งนินทา จับผิดคนอื่น

จากคุณ : NipponJ - [ 16 เม.ย. 48 11:49:25 ]

ประวัติศาสตร์น่ะเป็นพื้นที่ของอำนาจค่ะ ใครจะเขียนตามความเป็นจริงล่ะคะ ไม่มีหรอก ใครเรืองอำนาจประวัติศาสตร์มันก็จะเข้าข้างคนนั้นล่ะค่ะ ใครยึดพื้นที่ทางประวัติศาสตร์ได้ เค้าคนนั้นก็ยึดอำนาจนั้นไปได้นานเลยล่ะค่ะ นี่งัยล่ะประวัติศาสตร์ไทยที่เราเรียนเลยน่าเบื่อเป็นไปในแนวทางการท่องจำแบบไม่เข้าใจ เหมือนกับเป็นการล้างสมอง คุณไปดูสิเด็กอนุบาลน่ะเค้าท่องคำปฏิญาณอะไรกันในตอนเข้าแถวเคารพธงชาติ เด็ก 5ขวบร้องเพลงชาติทุกวันแต่ไม่เข้าใจ ประวัติศาสตร์ของเรามันเต็มไปด้วยอคติ ความไม่เข้าใจ ความเครียดแค้นชิงชัง คิดดูสิทำไมไทยถึงต้องเกลียดพม่าด้วย ทั้งที่ตอนนี้น่ะ กรุงศรีอยุธยาต่างหากที่รบกับกรุงอังวะ กรุงหงสาวดี ไม่ใช่ประเทศไทย ไทยเพิ่งมาเป็นชาติเมื่อสมัย ร.5 และศัตรูจริงของไทยคือฝรั่งเศสกับอังกฤษ ทำไมไม่เขียนด่าฝรั่งเศสบ้างล่ะ พม่าไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าทำไมคยไทยเกลียดเค้า เพราะศัตรูในประวัติศาสตร์พม่าคืออังกฤษ

จากคุณ : Feminist - [ 16 เม.ย. 48 20:44:12 A:210.213.42.132 X: TicketID:086018 ]
 

เห็นไหมครับ ประวัติศาสตร์ที่แท้จริงนั้นย่อมต้องมีชีวิตมีจิตวิญญาณแฝงตัวอยู่ในเนื้อหาของมันราวกับละครสนุกๆเรื่องหนึ่งละครับ
ผมเพิ่งจะเห็นความสำคัญของประวัติศาสตร์เอาในตอนหลังนี่เองเมื่อได้อ่านนิตยสารต่วยตูน กับการ์ตูนความรู้ตีแผ่ประวัติศาสตร์อารยธรรม
แบบเรียนประวัติศาสตร์ชาติไทยของเราต้องมีการปรับปรุงกันขนานใหญ่ครับ 

จากกระทู้นี้ในโต๊ะห้องสมุด

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น